Ruay97

ตร.ยันไม่มีการทวงหนี้โหด แม่ค้าที่ตายพร้อมลูก ชาวบ้านขอโชคจากฝาโลง

ผกก.เมืองกาญจน์ รุดสอบญาติแม่ค้าหมูปิ้งที่ขอตายไปพร้อมลูกสาวพิการ พบเป็นประเด็นหนี้สินแต่ไม่มีการทวงหนี้โหด หรือมีเจ้าหนี้ข่มขู่ เผยผู้ตายนำบ้านไปจำนอง จยย.เข้าไฟแนนซ์ และมีกู้เงินรายวันด้วย ขณะที่ชาวบ้านขอนำเลขฝาโลงแม่ลูกไปเสี่ยงโชค

ความคืบหน้าคดี แม่ค้าหมูปิ้งที่กาญจนบุรีเครียดปัญหาหนี้สิน กรอกยาฆ่าลูกสาวพิการและตัวเองกินยาตามเสียชีวิตคู่คาบ้านพัก ล่าสุด เวลา 11.00 น.วันที่ 20 มีนาคม พ.ต.อ.สมเกียรติ โฉมฉาย ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี พร้อม พ.ต.ท ธีรพงศ์ บุญชูวงศ์ รอง ผกก.(สอบสวน)พ.ต.ต.มารุต ฉัตรทัณฑ์ สว.สส.สภ.และ ร.ต.อ.กฤษณะ สระบัว รอง สว.(สอบสวน) พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี พร้อมตำรวจสืบสวน เดินทางลงพื้นที่บ้านหลังที่เกิดเหตุสองแม่ลูกอีกครั้ง เพื่อสืบสวนสอบสวนสาเหตุการฆ่าตาย ประมวลว่าแรงจูงใจการฆ่าตัวตายมาจากสาเหตุใด

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถาม เด็กชายเอ อายุ 13 ปี บุตรคนเล็กที่ยังมีชีวิตเหลืออยู่คนเดียวของครอบครัวนี้ โดย พ.ต.อ.สมเกียรติ ได้พูดคุยกับเด็กชายเอ เกี่ยวกับเรื่องครอบครัว เรื่องความเป็นอยู่ก่อนเกิดเหตุ รวมถึงปัญหาหนี้สิน เด็กชายเอได้นำสมุดบันทึกการชำระหนี้เกี่ยวกับการผ่อนชำระเงินเงินกู้จากการนำบ้านไปจำนองไว้กับนายทุน และเอกสารการผ่อนชำระค่างวดไฟแนนซ์รถจักรยานยนต์กับบริษัทลิสซิ่งแห่งหนึ่ง รวมถึงให้ข้อมูลเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินจากเจ้าหนี้เงินกู้รายวันหลายราย

หลังจากพูดคุย พ.ต.อ.สมเกียรติได้ควักเงินสด จำนวน 2,000 บาท มอบให้กับเด็กชายเอเพื่อนำไปใช้สอยในจัดงานศพแม่และพี่สาว จากนั้นได้เชิญพยานผู้เกี่ยวข้องในฐานะพยานผู้เสียหาย ไปให้ปากคำเพิ่มเติม ที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี

พ.ต.อ.สมเกียรติ โฉมฉาย ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวว่า แก๊งทวงหนี้เงินกู้รายวัน ตามทวงเงินถึงบ้าน จนทำให้แม่ค้าหมูปิ้งกินยาฆ่าตัวตาย เมื่อ 19 มี.ค.65 นั้น วันนี้ตนพร้อมชุดสืบสวนและร้อยเวร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลกับ นางสาวพเยาว์ แก้วดวงดี อายุ 47 ปี ซึ่งเป็นน้องสาว นางพยุงฯ ผู้ตาย ด.ช.เอ อายุ 13 ปี บุตรชายผู้เสียชีวิต นายสายัณห์ ชนะเลิศ อายุ 42 ปี ประธานสภา อบต.แก่งเสี้ยน ผู้นำชุมชนและมีความสนิทสนมกับครอบครัวผู้ตาย

โดยพยานทั้งสามยืนยันว่า ก่อนเกิดเหตุครอบครัวนี้ อาศัยอยู่กัน 5 คน มี นางพยุง ดีหา ผู้ตาย, นายประสาร ดีหา สามี, นางสาวศิรินันท์ ดีหา บุตรสาวคนโต, น.ส.จารุวรรณ ดีหา พิการทางสมองมาแต่กำเนิด, ด.ช.เอ ต่อมา นางสาวศิรินันท์ ได้ป่วยเป็นโรคสมองอักเสบเสียชีวิต ไม่นาน นายประสาร ดีหา สามีเสาหลักของบ้านก็มาเสียชีวิตด้วยโรงมะเร็งปอด จึงทำให้ครอบครัวได้รับความลำบาก

“นางพยุง ผู้ตายซึ่งป่วยมีโรคประจำตัว, เบาหวาน, ความดัน, มะเร็งใต้ผิวหนัง ต้องรับภาระในการเลี้ยงดูบุตรที่พิการ และ ด.ช.เอ เพียงคนเดียว โดยก่อนเคยมีอาชีพขายหมูปิ้ง แต่ปัจจุบันขายไม่ไหว จึงหันมามีอาชีพขายพวงมาลัย มีรายได้ไม่พอกับรายจ่าย จึงต้องยืมเงินกับเพื่อนบ้านที่สนิทกัน และนำรถจักรยานยนต์ไปจำนำไว้กับไฟแนนซ์ ก่อนเกิดเหตุประมาณ 2 เดือนเคยพูดจาฝากฝัง น.ส.จารุวรรณ ลูกที่พิการกับลูกชาย ไว้กับ นายสายัณห์ ผู้นำชุมชนประมาณว่า อยากฆ่าตัวตาย และเคยบ่น กับลูกชาย และ นางพเยาว์ น้องสาว มาหลายครั้งว่าอยากกินยาตาย เนื่องจากมีโรคประจำตัวหลายโรค และมีหนี้สินที่ยืมจากเพื่อนบ้าน ซึ่งมีการโทรศัพท์มาทวงถามบ้างตามปกติ แต่ไม่เคยมีเจ้าหนี้เข้ามาขู่ทำร้ายหรือทำร้ายเพื่อทวงหนี้ หรือมีเจ้าหนี้เข้ามาเก็บดอกเบี้ยรายวันตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด”

ทั้งนี้ ผู้ตายเหลือญาติเพียง 2 คน คือ นางพเยาว์ แก้วดวงดี และ ด.ช.เอ บุตรชาย ทั้งสองไม่ติดใจในสาเหตุการเสียชีวิต ผู้ตายไม่มีประกันชีวิตแต่อย่างใด จึงได้มอบศพให้ดำเนินการตามประเพณีต่อไป ส่วนพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำไว้หมดแล้วเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ขณะเดียวกัน น.ส.วรรณวิสา พิทักษ์วงษ์ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.กาญจนบุรี ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กกาญจนบุรีเดินทางลงพื้นที่ที่จัดงานศพสองแม่ลูกกินยาตาย ที่ศาลาธรรมสังเวช วัดหัวหิน ต.ท่ามะขาม อ.เมืองกาญจนบุรี พบญาติผู้ตายกำลังจัดเตรียมพิธีรดน้ำศพซึ่งจะเริ่มพิธีในเวลา 16.00 น. โดยชาวบ้านที่ร่วมงานได้ขอดูเลขฝาโลงทั้ง 2 โลงพบว่า โลงที่จัดเตรียมไว้ใส่ศพแม่ มีเลข 194 ส่วนของลูกสาว เลข 875

หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.กาญจนบุรี ได้ไปที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อพบกับเด็กชายเอ โดยได้มอบเงินจำนวน 3,000 บาท พร้อมสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นช่วยเหลือในเบื้องต้น

แหล่งที่มา : https://www.thairath.co.th/news/local/central/2346380

แชร์โพสนี้
x