Ruay97

ตำรวจเผยไทม์ไลน์ลูกสาว 14 วางแผนฆ่าแม่ แฟนหนุ่ม 16 ขอโทษอ้างอารมณ์ชั่ววูบ

ตำรวจเผยไทม์ไลน์ลูกสาว 14 วางแผนฆ่าแม่ โดนกดดันคบแฟนแล้วสอบตก 5 วิชา หนีไปอยู่บ้านฝ่ายชาย แต่แม่ไปตามกลับมาแล้วยึดโทรศัพท์

(8 เม.ย.65) เมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมาพนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางพลี ได้คุมตัวเด็กหญิงวัย 14  ปี และเยาวชนชาย วัย 16 ปี สองผู้ต้องหาที่ร่วมกันวางแผนฆ่ามารดาของฝ่ายหญิงและร่วมกันพยามฆ่าพี่ชายฝ่ายหญิง โดยเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวออกมาจากห้องคุมขัง สภ.บางพลี เพื่อขึ้นรถห้องขังไปยังศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อขออำนาจศาลฝากขังผัดแรก โดยมีทางด้านบิดาของเยาวชนชายวัย 16 ปี ผู้ก่อเหตุ เดินทางมาพบลูกชายที่ สภ.บางพลี โดยทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการเบิกตัวสองต้องหาทั้งสองในคดีนี้ มาขึ้นรถขึ้นส่งขังศาลเยาวชนฯ 

โดยพ่อของเยาวชนชาย ได้เปิดเผยว่า ตนไม่เคยรู้ว่าทั้งสองคนคบหากัน จนกระทั่งเมื่อประมาณ 3 วันที่ผ่านมา ลูกชายขอให้ตนไปรับฝ่ายหญิงมาอยู่ด้วย โดยอ้างว่าขออนุญาตครอบครัวฝ่ายหญิงแล้ว ตนเองก็เห็นว่าลูกรักฝ่ายหญิง และปกติเป็นคนตามใจลูกอยู่แล้ว ก็เลยเดินทางไปรับฝ่ายหญิงที่ห้องพักช่วงบ่ายของวันที่ 5 เมษายน  โดยวันนั้นไม่เจอครอบครัวฝ่ายหญิง จากนั้นประมาณ 3 ทุ่ม ปรากฏว่าแม่และพี่ชายฝ่ายหญิงมาตาม  โดยนัดหมายพูดคุยกันที่วัดแห่งหนึ่ง ซึ่งแม่ฝ่ายหญิงยืนยันไม่ยอมให้ลูกสาวไปอยู่กับลูกชายของตน และจะดำเนินคดีลูกชายข้อหาพรากผู้เยาว์ แต่ตนขอไว้ โดยบอกว่าจะยอมให้ลูกชายเลิกคบ ซึ่งตอนนั้นสังเกตอาการเด็กทั้งคู่ ดูซึมอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ไม่คิดว่าจะถึงขั้นคิดก่อเหตุแบบนี้ 

โดยหลังเกิดเหตุ ได้พูดคุยกับลูกชายทางโทรศัพท์ ซึ่งตนเองก็ปลอบไปว่า ไม่เป็นไร พลาดไปแล้ว แต่ยังไม่ได้พูดคุยกันถึงสาเหตุที่แท้จริง ส่วนตัวยังเชื่อว่าลูกทำไปเพราะรักฝ่ายหญิง และที่ลูกชายบอกว่าฝ่ายหญิงเป็นคนวางแผนนั้น มองว่ามันต้องสมรู้ร่วมคิดกันทั้งสองฝ่าย ส่วนที่ลูกชายอ้างว่ามีอาการทางจิตนั้น พ่อยืนยันว่า ลูกชายเคยรักษาอาการสมาธิสั้น แต่ไม่ใช่เด็กที่มีอารมณ์รุนแรง และไม่ได้ติดเกม

ด้านเยาวชนวัย 16 ผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่คุมตัวอยู่บนรถรับส่งผู้ต้องหาไปศาลเยาวชน โดยเปิดเผยว่า ต้องขอโทษด้วย และขอโทษพ่อแม่ด้วย สิ่งที่ทำลงไปโดยอารมณ์ชั่ววูบ ที่ตนเองโกรธมากเกินไปที่แม่กีดกันที่ไม่ยอมให้คบหากัน 

พ.ต.อ.วิโรจน์ ตัดโส ผกก.สภ.บางพลี เผยว่า จริงแล้ว สาเหตุน่าจะมาจากความไม่เข้าใจของเด็กที่มีต่อผู้ปกครอง มูลเหตุเรื่องนี้เกิดมาจากว่า เด็กสองคนเป็นแฟนกัน โดยเด็กผู้หญิงเรียนอยู่ชั้น ม.2 ส่วนเด็กผู้ชายเรียนอยู่ชั้น ม.4 โรงเรียนในเขตอำเภอบางพลี เนื่องจากสถานการณ์โควิดจากเด็กที่เคยเรียนดี พอมาเรียนออนไลน์ เวลาส่วนมากก็ใช้โทรคุยกันทำให้การเรียนไม่ดีจนผลการเรียนตก เด็กผู้หญิงสอบตกไป 5 วิชา ผู้ปกครองก็ได้ดุด่าว่ากล่าว ตามประสาผู้ปกครอง เด็กผู้หญิงก็ไม่เข้าใจ ทำให้รู้สึกเหมือนถูกกดดัน ก็เกิดความน้อยเนื้อต่ำใจ ก็นัดเด็กผู้ชายมารับออกจากบ้านก็คือเก็บเสื้อผ้าออกจากบ้านไปอยู่บ้านของเด็กผู้ชาย

พอออกไปแล้วคุณแม่ก็ได้ออกตามหา และโทรตามให้กลับบ้าน ให้เด็กผู้หญิงมาคุยกันที่บ้าน พอถูกกดดันหนัก ๆ เด็กผู้ชายจึงได้พาเด็กผู้หญิงกลับมาส่ง พอมาส่งผู้ปกครองของทางเด็กผู้หญิงได้ยึดโทรศัพท์ และดุด่าว่ากล่าว ทำนองว่า ยังเป็นเด็กกันอยู่ อย่าคบกันจนทำให้เสียการเรียน ก็ยึดโทรศัพท์ไว้ ให้ตั้งใจเรียน ปรากฏว่าเด็กผู้หญิงก็ไม่เข้าใจ พอเด็กผู้ชายกลับไปแล้ว เด็กผู้หญิงก็ได้ไปหาโทรศัพท์จนได้ โดยใช้โทรศัพท์เครื่องเก่าของตนเอง แล้วก็สร้างเฟซบุ๊กขึ้นมาใหม่ แล้วแชตไปคุยกับเด็กผู้ชาย ซึ่งข้อความในแชตเป็นข้อความที่ค่อนข้างรุนแรง มีการนัดแนะมาเจอกัน ซึ่งตนขอไม่กล่าว ขอไว้ในสำนวนคดี สรุปแล้วคือมีการนัดแนะกันมาตามที่ปรากฏในข่าว ก็คือ มีการนัดมาเจอกันเมื่อคืน ทางเด็กผู้หญิงเป็นคนวางแผนทั้งหมดเลย คือให้ทำอย่างโน้น ทำอย่างนี้ ทำอย่างนั้น แล้วพอถึงเวลา เด็กผู้หญิงก็ทำเป็นออกมาทิ้งขยะ เปิดประตูให้เด็กผู้ชายเข้ามาในห้อง แล้วก็ในช่วงจังหวะที่ผู้ปกครองของเด็กผู้หญิง เผลอใช้มีดเข้ามาก่อเหตุ ปาดคอ แทงไปจำนวนหลายแผล ตามที่ปรากฏในข่าว

พอพี่ชายตื่นขึ้นมาจะเข้าไปช่วย เด็กผู้หญิงก็ยังพยายามดันประตูไม่เข้ามา แต่สู้แรงไม่ได้ พอดันเข้ามาได้ เด็กผู้ชายได้เข้าไปแทงพี่ชายของเด็กผู้หญิง จนได้รับบาดเจ็บ พอสายตรวจไปถึงที่เกิดเหตุก็ได้ควบคุมตัวไว้ จากการสอบถามเบื้องต้นสาเหตุน่าจะเกิดจากความไม่เข้าใจ น้อยเนื้อต่ำใจ และก็ไม่เข้าใจความเป็นห่วงของผู้ปกครอง จึงทำให้การเกิดโศกนาฏกรรมครั้งนี้ขึ้น

จากที่ดูเด็กไม่ได้มีอาการจิตตก ซึมเศร้า หรืออาการอะไร เพราะเท่าที่คุยกับทางผู้ปกครองของเด็กผู้ชาย น้องเป็นคนค่อนข้างเรียนเก่ง ส่วนเด็กผู้หญิง ปกติก็เรียนดี แต่เนื่องจากว่าอาจจะเป็นการแบ่งเวลาไม่เป็นมั่วแต่มานั่งแชตคุยกัน เพราะปัญหาช่วงโควิดทำให้ไปมาหาสู่กันลำบาก และก็ช่วงเรียนออนไลน์อีก  ก็ไม่ค่อยได้เรียนมั่วแต่มาคุยกัน จนทำให้ผลการเรียนตก

แชร์โพสนี้
x