Ruay97

ฟันธรรมสถานวิโมกสิวาลัยรุกที่ เพิ่งจดทะเบียนเมื่อวาน เก็บเงินย้อนหลัง14ปี

ฟันธรรมสถานวิโมกสิวาลัยรุกที่ เพิ่งจดทะเบียนเมื่อวาน เก็บเงินย้อนหลัง14ปี

กรมธนารักษ์ ชี้ ธรรมสถานวิโมกสิวาลัย รุกพื้นที่ – พิจารณาเรียกเก็บค่าเสียหายย้อนหลัง อ้างหลวงพี่อุเทน วัดท่าไม้ อยากตั้งสถานปฏิบัติธรรมเพื่อช่วยชาวบ้าน แจกทุนการศึกษาเด็ก

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 22 มี.ค. ที่ ธรรมสถานวิโมก สิวาลัย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี นายประภาศ คงเอียด อธิบดีกรมธนารักษ์ , พล.ต มนิต ศิริรัตนากุล ผู้บัญชาการพลพัฒนาที่ 1 พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองท้องถิ่น อ.สวนผึ้ง เพื่อเข้าตรวจสอบการบุกพื้นที่ราชพัสดุของธรรมสถานวิโมกสิวาลัย

ผู้สื่อข่าวรายงว่า ทันทีที่มาถึง ทุกฝ่ายได้เข้าหารือกัน โดยมีพระปัฐพงษ์ ปุญญฺวํโส ผู้ดูแลธรรมสถานวิโมกสิวาลัย เป็นตัวแทนพระสงฆ์ เป็นผู้ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ด้วย

พระปัฐพงษ์ ปุญญฺวํโส กล่าวว่า สถานที่แห่งนี้ มีการจดทะเบียนเป็นมูลนิธิแล้ว แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ กลับพบว่ามีการจดทะเบียนจริง แต่เป็นสถานที่อื่น ไม่ใช่พื้นที่แห่งนี้ แต่เป็นวัดท่าไม้ โดยอ้างว่า เป็นมูลนิธิเดียวกัน แต่ทางเจ้าหน้าที่ แย้งว่า ไม่สามารถกระทำการเช่นนี้ได้ ต้องจดทะเบียนให้ถูกต้อง จึงได้อธิบายการจัดตั้งเป็นวัด ตั้งแต่แรก ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงเหตุผลในการตั้งเป็นวัดไม่ได้ เนื่องในพื้นที่มีวัดอื่น อยู่ใกล้เคียงพื้นที่แล้ว ซึ่งตามเงื่อนไข ต้องมีระยะห่าง 5 กิโลเมตรขึ้นไป ทางวัดจึงขอเปลี่ยนมาเป็นการจัดตั้งเป็นสถานปฏิบัติธรรม เจ้าหน้าที่จึงถามต่อว่า เหตุผลที่ต้องสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรมคืออะไร

พระปัฐพงษ์จึงตอบว่า เป็นความประสงค์ของพระอาจารย์อุเทน เจ้าอาวาสวัดท่าไม้ เนื่องจากพระอาจารย์อุเทน สุขภาพร่างกายเริ่มไม่แข็งแร็ง จึงอยากตั้งแห่งนี้ เป็นสถานปฏิบัติธรรม และเพื่อเป็นการช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ โดยที่ผ่านมาได้มี การแจกของ แจกทุนการศึกษาให้เด็กและเยาวชนในหมู่บ้าน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จึงถามพระว่า ได้มีการยื่นเอกสารขอเช่า หรือสอบถามขั้นตอนในการใช้พื้นที่หรือ พระปัญพงษ์ ตอบว่า เจ้าหน้าที่ของมูลนิธิ เป็นคนดำเนินการ โดยระหว่างสอบถาม เจ้าหน้าที่กรมธนารักษ์ ได้ตอบสอบข้อมูล พบว่าในระบบ เพิ่งจะมีการมาขอยื่นเอกสารเช่าพื้นที่ เมื่อวานนี้

ส่วนทางด้านอธิบดี กรมธนารักษ์ กล่าวต่อว่า เรื่องนี้จะต้องตรวจสอบ เพราะเข้าข่ายกระทำความผิด เพราะไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข วิธีการปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย จากนั้นจึงให้พระปัฐพงษ์ เดินพาชี้จุดไปดูตามที่ต่างๆภายในธรรมสถาน โดยเจ้าหน้าที่ได้นำภาพถ่ายทางอากาศ มาร่วมตรวจสอบด้วย

พระปัฐพงษ์ กล่าวถึงประเด็นที่มีเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิ ยื่นหนังสือ เปลี่ยนจากผู้ใข้สถานที่ ให้เป็นผู้เช่าเมื่อวานนี้ โดยระบุว่า เป็นการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ เป็นการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตามขั้นตอนที่จะดำเนินการ ขอตั้งเป็นมูลนิธิ ซึ่งเเต่เดิมที่นี่ก็เป็นมูลนิธิ เเละเคยขอยื่นเรื่องไปเเล้ว ขณะนี้ดำเนินการในนามมูลนิธิอยู่ที่วัดท่าไม้

สำหรับปัญหาการรุกที่ดินราชพัสดุ พระอาจารย์อุเทน กล่าวว่า ให้ตอบตามความเป็นจริงว่าสิ่งที่มีอยู่ภายในธรรมสถานวิโมกสิวาลัย มีโยมที่มีจิตศรัทธา เป็นผู้ถวายสถานที่มาให้สร้างธรรมสถาน โดยไม่ทราบเรื่องเกี่ยวกับการบุกรุก ส่วนที่มีปรากฏอยุ่ในประวัติว่า ตระกูล “ศรีทองสุข” ที่ถวายพื้นที่ให้สร้างเป็นใคร เรื่องนี้ไม่ทราบเพราะเพิ่งมาจำวัด เมื่อ 3 ปีที่เเล้ว ส่วนจะกังวลใจหรือไม่ หากการรุกพื้นที่ จะทำให้มีการย้าย หรือรื้อถอน ขณะนี้ยังไม่รู้ว่าจะดำเนินการอย่างไร

ต่อมา หลังจากใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง ในการเดินตรวจสอบภายในธรรมสถาน นายประภาศ คงเอียด อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่าผลการตรวจสอบว่า จากการเช็คข้อมูลอย่างละเอียด พบว่าธรรมสถาน ได้จดทะเบียนเป็นมูลนิธิอย่างถูกต้อง จึงให้คำแนะนำกับทางพระสงฆ์ว่า จะต้องดำเนินการให้ถูกต้อง โดยต้องยื่นขออนุญาตเช่าพื้นที่ กับกองพลทหารพัฒนาที่ 1 โดยเร็วที่สุด

และ เมื่อหนังสือมาถึงกรมธนารักษ์ ก็จะพิจารณาว่าพื้นที่ค่าเช่านั้น อยู่ในเรทราคาเท่าไหร่ หากได้รับการอนุญาต ก็จะเริ่มเรียกเก็บค่าเช่ารายปี ตามระเบียบของกรมธนารักษ์ และจะพิจารณาเรียกเก็บค่าเสียหายย้อนหลัง ตั้งแต่เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2551 ซึ่งพบว่า สถานที่ธรรมสถานมีพื้นที่ทั้งหมด 38 ไร่ ซึ่งพบว่าบางส่วนได้แบ่งให้ชาวบ้านเช่าเป็นพื้นที่อาศัย และทำการเกษตร

ส่วนกรณีสังคมสงสัย ว่าทำไมราชการถึงปล่อยเวลาร่วงเลยมาเกือบ 14 ปี โดยที่ไม่มีการตรวจสอบ อธิบดีฯ ตอบว่า มีการตรวจสอบเป็นระยะ แต่สถานที่แห่งนี้ มีการยื่นขอก่อสร้างเป็นวัด แต่ไม่มีใครทราบว่าเป็นการมายื่นขอเป็นมูลนิธิในภายหลัง ซึ่งเพิ่งได้มายื่นเรื่องขอเปลี่ยนเมื่อวานที่ผ่านมา

ส่วนในเรื่องของการก่อสร้างโดยไม่มีใบอนุญาต ต้องสอบถามข้อมูลจากราชการส่วนท้องถิ่นว่าเหตุใดจึงปล่อยให้มีการก่อสร้าง ซึ่งตามหลักกฎหมาย ถือว่าสถานที่แห่งนี้ ทำผิดกฎหมาย อย่างชัดเจน แต่ในเรื่องของการดำเนินคดีจะมีการอลุ่มอล่วย โดยหากดูจากเจตนา พบว่า ทางธรรมสถาน ไม่ได้หาผลประโยชน์จากการจัดตั้งสถานที่ จึงให้คำแนะนำ ให้รีบดำเนินการให้ถูกต้อง

ด้านพล.ต.มนิต กล่าวว่า ที่ผ่านมาทราบเรื่องมาตลอด ว่าสถานที่แห่งนี้ขออนุญาตใช้พื้นที่เป็นวัด แต่เพิ่งมาทราบภายหลังว่าเป็นสถานปฏิบัติธรรม จากนี้ ให้ยื่นเรื่องขออนุญาตใช้พื้นที่ ภายใน 30 วัน หากไม่รีบดำเนินการ ก็จะพิจารณาแจ้งหนังสือเตือน แล้วภายในอีก 1 เดือน หากไม่ดำเนินการ ก็จะพิจารณาโทษ จากเบาไปหนัก

พระปัฐพงษ์ ปุญญฺวํโส กล่าวต่อว่า หลังจากที่กรมธานรักษ์เข้าตรวจสอบภายในธรรมสถาน โดยระบุว่า สบายใจขึ้น ได้รับคำเเนะนำให้ดำเนินการตามเอกสารที่กรมธนารักษ์เเจ้งไว้ เตรียมเเจ้งเรื่องเอกสาร โดยให้ติดต่อประสานกับกรมธนารักษ์ ที่ผ่านมาก็ดำเนินการอยู่ ส่วนการจ่ายเงินค่าเช่าย้อนหลังตั้งเเต่ปี2551 ก็อยู่ที่หลวงพี่อุเทนจะเป็นผู้ดำเนินการ

สำหรับกระแสที่ว่า โยคีปอ เเละ โยคี โรเบิรต์ เป็นต้นเหตุให้เกิดปัญหาหรือไม่ พระปัฐพงษ์ บอกว่าไม่เกี่ยวกัน ก่อนที่จะเดินเข้ากุฏิ นักข่าวพยามเดินตามสอบถามว่าได้ทราบเรื่องทางโลกหรือไม่ พระปัฐพงษ์ ปุญญฺวํโส ตอบว่าไม่รู้ ส่วนวันพรุ่งนี้ โรเบิร์ต เเละ ปอ จะไปรายงานตัวหรือไม่ ก็อยู่ที่ทนายเขา

จากนั้น พระปัฐพงษ์ ปุญญฺวํโส ได้โชว์ สำเนาทะเบียนบ้าน เลขที่ 59/9 หมู่7 โดยมีชื่อหมู่บ้านว่า สำนักสงฆ์ โดยจดทะเบียนเมื่อ 6 มิถุนายน 2551

แหล่งที่มา : https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_6955749

แชร์โพสนี้
x