Ruay97

“ยักษ์แม่ใหญ่” จมใต้น้ำ 100 ปี ขึ้นมาให้โชคลาภ วัดนางตะเคียน

ตำนานเล่าขาน “พระนางสุพรรณอัปสรจอมเทวีหรือยักษ์แม่ใหญ่” จมอยู่ใต้น้ำเป็นเวลาร้อยปีเข้าฝันชาวบ้านว่า “ตัวเราจมอยู่ใต้น้ำให้นำขึ้นมา” ก่อนนำมาประดิษฐานอยู่ใน “วัดนางตะเคียน ต.คลองเขิน อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม”

วัดแห่งนี้เดิมชื่อ “วัดเทพธาราม” ถือเป็นวัดเก่าแก่สันนิษฐานกันว่า น่าจะสร้างขึ้นเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี มีอายุเกิน 400 ปี ซึ่งยังมี “วิหารเก่าแก่ทรงจตุรมุข” สภาพเก่าชำรุดเสียหาย จนแดดฝนลอดเข้าไปภายในที่ประดิษฐานพระพุทธรูป อันเป็นหลักฐานบอกเล่าความเป็นมาเก่าแก่ของวัดแห่งนี้

ชื่อ “วัดนางตะเคียน” เพราะทางทิศตะวันออกของวัด มีคลองแยกจากคลองแม่กลองตรงไปที่วัดและออกไปยังคลองท่าคา อ.อัมพวา เรียกว่า “คลองนางตะเคียน” และบังเอิญที่วัดนี้มีต้นตะเคียนอยู่ 2 ต้น

สมัยก่อนยังไม่เจริญวัดมีสภาพรกร้าง น่ากลัวและผีดุมาก หลอกหลอนผู้คนเป็นประจำ ยามค่ำคืนไม่ค่อยมีใครกล้าเดินผ่าน โดยเฉพาะต้นตะเคียนใหญ่ 2 ต้นที่ลือว่า “เจ้าแม่ตะเคียนสิงสถิตอยู่” ปัจจุบันได้มีการสร้าง “ศาลแม่ตะเคียนทับทิมทอง” ที่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนักไว้ หากผู้ใดขอพรไหว้บนบานมักได้ตามสิ่งใดนั้น

ที่น่าสนใจ “วัดนางตะเคียน” แห่งนี้มี “ท้าวเวสสุวรรณ” ลือกันว่า เป็นองค์แรกของจังหวัดสมุทรสงคราม อายุ 400 ปี เป็นที่เคารพสักการะศรัทธาทั้งคนในพื้นที่และคนต่างถิ่นแวะเวียนมา

กราบไหว้ขอพรให้ประสบผลสำเร็จเรื่องโชคลาภ เรื่องโภคทรัพย์ หรือหน้าที่การงานเจริญก้าวหน้าก็ได้ดั่งใจนึก

โดยเฉพาะถึงคราว “เกณฑ์ทหาร” มักมีหลายคนมาไหว้ขอพรและบนบานไม่ให้จับโดนใบแดงติดทหาร เมื่อประสบความสำเร็จก็จ้างหนังกลางแปลงฉายถวายแก้บนท้าวเวสสุวรรณเฉลี่ยสัปดาห์ละ 1 ครั้งเสมอ

“ท้าวเวสสุวรรณ” วัดนางตะเคียน บูชาด้วยดอกกุหลาบ 9 ดอก ธูป 9 ดอก ก่อนสวดให้ตั้งจิตอธิษฐานคาถาบูชา นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ 3 รอบ

อิติปิโส ภะคะวา ยะมะราชาโณ ท้าวเวสสุวรรณโณ มรณัง สุขขัง อะระหัง สุคะโต นะโมพุทธายะ

@@@@

น่าสนใจอีกว่า วัดแห่งนี้เป็นที่ “ประดิษฐานพระนางสุพรรณอัปสรจอมเทวี” หรือชาวบ้านเรียกกันว่า “พระแม่ยักษ์ใหญ่หรือยักษ์แม่ใหญ่” รูปปั้นนางยักษ์งมขึ้นมาจากแม่น้ำแม่กลองหน้าวัด

ตามคำบอกเล่าคนเฒ่าคนแก่นั้น เดิมประตูหน้าเข้าออกวัดสัญจรกันทางเรือ และก็มีการสร้างรูปปั้นท้าวเวสสุวรรณและยักษ์แม่ใหญ่ รวมถึงรูปปั้นฤาษีและรูปปั้นอื่นๆ เรียงรายเป็นทิวแถวประดิษฐานไว้หน้าวัดริมแม่น้ำ ในเวลานั้นสายน้ำในคลองเซาะตลิ่งด้านหน้าวัดไปเรื่อยๆ ทำให้ตลิ่งพังทลายจมลง

คราวนั้นสามารถกู้ได้เฉพาะ “ท้าวเวสสุวรรณ” ขึ้นมาเพียงองค์เดียว ส่วน “ยักษ์แม่ใหญ่และรูปปั้นองค์อื่น” จมลงกลางแม่น้ำหายไปนานหลายปี ทำให้ชาวบ้านสมัยนั้นก็ไม่มีใครพูดถึงบอกกล่าวเล่าต่อกัน

กระทั่งราวปี 2551 มีชาวบ้านแถวนั้นฝันว่า “ยักษ์แม่ใหญ่” ไปเข้าฝันบอกพระนางอยู่ในแม่น้ำ หนาว อยากให้นำขึ้นมาจากน้ำ ตอนแรกไม่เชื่อจากนั้นได้นำความฝันพูดคุยปรึกษากับผู้รู้หลายคน

ทำให้มีการสำรวจอยู่นานหลายวันพบว่ามีรูปปั้นพระนางอยู่ใต้น้ำจริงๆ แต่ไม่สามารถนำขึ้นมาได้ จึงนำเรือเครนมายกก็ยกไม่ขึ้น สร้างความประหลาดอัศจรรย์ใจเป็นอย่างมาก หลังจากนั้นมีชาวบ้านแถวนั้นให้ทำบายศรีและทำพิธีบวงสรวงขึ้น ปรากฏว่า…เรือเครนสามารถยกขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย

สิ่งที่น่าอัศจรรย์คือ “อ้อมแขนยักษ์แม่ใหญ่อุ้มบุตรชายของตนไว้” แต่ส่วนหัว (เศียร) หายไป และลือกันว่า เมื่อก่อนเคยมีคนนำมาไว้ใต้ต้นไทรหน้าวัดและมีนักนิยมสะสมของเก่ามาเช่าบูชาไป แต่เมื่อข่าวการงมยักษ์แม่ใหญ่ขึ้นมาจากลำคลองแม่กลองนำมาไว้บนศาลาริมน้ำ ก็เริ่มมีนักเสี่ยงโชคเดินทางมากราบไหว้ขอหวย

ปรากฏว่า มีผู้โชคดีถูกหวยติดต่อกันหลายคน ก็เลยมี “ผู้มีจิตศรัทธา” บริจาคทรัพย์คนละเล็กละน้อย เพื่อให้ช่างปั้นศีรษะของยักษ์แม่ใหญ่ขึ้นแทนของเก่าที่สูญหายจนถึงทุกวันนี้

ข่าวกระจายออกไปอย่างรวดเร็ว “คนในละแวกสมุทรสงคราม…พื้นที่ใกล้เคียง” ต่างพากันเดินทางมากราบไหว้ขอพรกันมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะการขอโชคลาภมักได้ดั่งที่ปรารถนาอยู่เรื่อยไป

บางคนขายที่ดินไม่ได้ก็มาจุดธูปเทียนอธิษฐานบอกกล่าว ปรากฏขายได้อย่างง่ายดาย ส่วนข้าราชการหลายคนประสบปัญหามากราบไหว้แล้วก็ประสบผลสำเร็จในหน้าที่การงานเจริญก้าวหน้าได้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งเห็นผลกันเยอะ บางคนแต่งงานหลายปีไม่มีบุตรลองมากราบไหว้ก็สมหวังไปหลายคู่เช่นกัน

ปัจจุบัน “ยักษ์แม่ใหญ่” ถูกเคลื่อนย้ายมาประดิษฐานอยู่ด้านหน้าวิหารหลังเก่าพร้อมเหล่าบริวาร โดยมีผู้คนจากทั่วสารทิศเดินทางมากราบไหว้ตลอดตั้งแต่เช้าจนมืดค่ำก็มี

@@@@

การบูชา “พระนางสุพรรณอัปสรจอมเทวี ยักษ์แม่ใหญ่ วัดนางตะเคียน” จุดธูป 9 ดอก ดอกกุหลาบ 9 ดอก คาถาบูชา (นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ 3 จบ)

อิติปิโส ภะคะวา พรหมมา จะมหาเทวาเวสะ พุทสะ สัพเพ ยักขา ปะลายันติ อิติปิโส ภะคะวา ยมมะราชาโน จะมหาเทวา

ท้าวเวสสุวรรณโณ พระนางสุพรรณอัปสรจอมเทวี มะระณัง สุขัง อะระหัง สุขะโต อิติปิโส ภะคะวา อะภิลาภา มะหาลาโภ มิเตหาหุหะติ มานี มานะ อุอากะสะ นะชาลิติ สัพภะโภคัง พุทธะสะ สะหวาโหม สัมปะติ ฉามิ พุทโธ นะโม พุทธายะ สิ่งนำมาถวายแก้บนมีทั้งของคาวของหวาน ประทัด บางคนแก้ด้วยละคร ภาพยนตร์ถวายก็มี

นอกจากนี้ยังมี “เรือโบราณ” กล่าวกันว่า “แม่ตะเคียนสิงสถิตอยู่ในเรือ” ได้เข้าฝันเจ้าของเรือว่า “ท่านอยากมาอยู่วัด” เจ้าของก็ยกให้วัด ผลทำให้ “ชาวบ้านละแวกนี้ก็ถูกหวยทั้งหมู่บ้าน” ก็ยิ่งฮือฮา…มี “นักแสวงโชคลาภ” เดินทางมากราบไหว้ โรยแป้งขูดหาตัวเลขเด็ด และขอพรกันไม่ขาดสาย

เรื่องราวอภินิหาร “ภายในวัดนางตะเคียน” ไม่ว่าจะเป็น “ท้าวเวสสุวรรณ…พระนางสุพรรณอัปสรจอมเทวี” เชื่อว่ายังมีสิ่งแปลกมหัศจรรย์เหนือธรรมชาติอีกเยอะแยะมากมายจาก “ประสบการณ์ผู้คนที่มากราบไหว้ขอพร จนประสบผลสำเร็จสมหวังดั่งตั้งใจ”

กลายเป็นพลังแห่งความศรัทธา นับถือเป็นอย่างมากนับจากอดีตจวบจนถึงปัจจุบัน…

“ศรัทธา” นำมาซึ่ง “ปาฏิหาริย์” เชื่อไม่เชื่ออย่างไร โปรดอย่าได้ “ลบหลู่”.

แหล่งที่มา : https://www.thairath.co.th/lifestyle/culture/2404407

แชร์โพสนี้
x